พัทยา ยาวๆ
ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย
ขอต้อนรับเข้าสู่เรื่องราวการท่องเที่ยวพัทยาของผม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวพัทยากันยาวนานขนาดนี้ ไปกันเกือบอาทิตย์ คณะเดินทางครั้งนี้ใหญ่มาก 10 กว่าคน (ใหญ่ หนึ่ง หนิง เก๋(แม็ก) แม็ก เป็ง เบนซ์ ปอ โชค แหม่ม ต้น อิงค์ อาร์ท เก๋(ปูกิ) ) โดยไปอาศัยนอนบ้านเก๋(ปูกิ) ทำให้พวกข้าพเจ้าประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปอย่างมหาศาล
การเดินทางครั้งนี้พวกผมอาศัยจังหวะที่ปิดภาคเรียนที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงที่น้องๆปี1 ก็ไปรับน้องกันที่สวนนงนุช แต่พวกผมไม่ได้ไปกลับคณะรับน้อง แต่ไปกันเอง แต่ก็ แวะไปดูหน้าน้องๆเฟรชชี่ทั้งหลาย ว่าเป็นไงบ้าง พวกพี่เค้ารับน้องกันโหดหรือเปล่า
คืนแรกแห่งการเดินทาง
การเดินทางพวกผมทั้งคณะก็ออกตัวกันจากกรุงเทพที่หมอชิต ตอนเย็นๆ แล้วก็ไปถึงซัก 2 ทุ่มกว่า และก็ได้มาเจอต้นซึ่งมารออยู่ก่อนหน้าแล้ว จากนั้นพวกผมก็เดินเล่นตามถนนคนเดินไปยังร้านของเก๋ เพื่อไปหาผุ้สนับสนุนที่พักอย่างเป็นทางการ จากนั้นก็ไปที่พักกัน
วันแรก
จำไม่ได้แล้ว เอาเท่าที่จะได้หล่ะกัน
วันนี้ก็ ออกเดินทางไปสวนนงนุชเพื่อไปดูว่าเค้ารับน้องกันยังไงบ้าง ก็ยังคงเหมือนเดิม ซกมกๆ ทะลึ่งๆ แต่ไม่มีความรุนแรง หลังจากนั้นพวกผมก็กลับมาที่ชายหาดพัทยา เดินไปเดินมา ก็หาที่จับจองชายหาดแล้วก็แบ่งข้างเตะบอลชายหาดกัน จากนั้นก็เดินกันตามชายหาดจนเย็นก็ หาอะไรกินแล้วกับเข้าบ้าน กิจกรรมภายในบ้านก็ไม่มีอะไรมาก คิดว่าหลายๆคนที่เดินทางไปต่างจังหวัดทำกันเป็นประจำก็คือ กินเหล้า และ เล่นไพ่ เป็นอย่างงี้แทบทุกคืน
วันที่ 2 ไประยองกันน่ะ
พอเช้าก็ปลุกๆกันด้วยเสียงโวยวาย และเสียงกีตาร์ แล้วก็เตรียมตัวออกไปท่องเที่ยวกัน วันนี้พวกผมตั้งใจไว้ว่าจะไประยอง ไปเที่ยวหาดสวนสนกัน การเดินทางพวกผมก็ เหมารถสองแถวเลยก็วิ่งกันยาวไประยองเลยพี่ พวกผมนั่งหลังรถก็ร้องเพลงแหกปากกันไปตลอดทาง แล้วก็มาจนถึงชายหาดของเรา
เรือกล้วย ชีวิตนี้ผมไม่เอาอีกแล้ว
Banana Boat อันสุดมันของใครหลายคนแต่ผมไม่ขอครั้งที่ 2 เป็นอย่างแน่นอน กิจกรรมหลัก 2 อย่างที่เราทำกันที่สวนสนก็คือ 1.เล่นห่วงยาง และ 2.บานาน่า โบท์
พอมาถึงหาดเราก็จัดแจงหาที่นั้ง แล้วก็เช่าห่วงยางกับเรือกล้วย 2 ลำ พวกเราเกือบทั้งหมดก้ลงเรือกัน ยกเว้น หนึ่งซึ่งไม่ค่อยสบาย จึงไม่ขอลงเรือด้วย เรือกล้วยเป้นอะไรที่สนุกมาก ยิ่งเร็วก็ยิ่งมัน แต่ไม่ชอบตอนทิ้งโค้งเลย ตกน้ำกันทีแทบแย่กว่าจะขึ้นได้ ดั่งนั่นพวกผมก็เลยมือกาว เกาะเรือแน่น "ยังไงก็ไม่ตกโว้ย" แต่อย่างว่าพอไม่ตกมันก็เร็วขึ้นๆ แล้วก็ทิ้งโค้งคราวนี้ก็ร่วงกันเต็มที่เลย มันครับ ยังยืนยันว่ามัน เอาอีกๆ ก็หลังๆก็เลยต้องตกน้ำบ่อยหน่อย เดิ๋ยวพี่คนขับเรือเค้าจะโมโหอีก ร่วมเวลาก็ประมาณ ซักครึ่งชั่วโมงได้ แล้ว เค้าก็ท้งเรากลางทะเลให้พวกผมลอยคอเข้าฝั่งกันพอมาถึงฝั่งก้คว้าห่วงยาง ไปกลางทะเล แล้วก็นั่งบนห่วงยางให้มันพัดเข้าฝั่ง ก็แข่งกันว่าใครจะถึงฝั่งก่อนกัน ผ่านไปได้ซักชั่วโมงพวกผมก็หมดแรง ก็จัดการอาบน้ำ เตรียมกลับบ้านที่พัทยา
อะไรมันอยู่ในหูผม
พวกผมก็เดินทางกลับมาสู่พัทยา เย็นนี้เรามีผู้สนับสนุนอาหารมื้อเย็นอย่างเป็นทางการก็ประมาณว่า Pizza + KFC พวกผมก็ช่วยกันเก็บกวาดกันให้เรียบ เจ้าของงานจะได้ไม่รู้สึกเสียใจ แต่คืนนี้คงไม่ดึกมากเพราะเหนื่อยกันมาก
เอะ!! แต่ทำไมผมรู้สึกเจ็บๆหู ผมคิดว่ามันมีอะไรเข้าไปในหูหรือเปล่า แต่ก็ยังไม่ใช่ปัญหาตอนนี้เพราะกำลังมัน มาเล่นไพ่กันก่อนนอนดีกว่า
เที่ยวเมืองพัทยา
เช้าอีกวันก็มาถึง พวกผมก็ตื่นด้วยเสียงที่โวยวายของพวกสาวๆว่า "ตื่นกันได้แล้วจะนอนกันไปถึงไหน" เมื่อตื่นมาปัญหาก็ คือว่าใครจะอาบน้ำก่อนหลังดี เป็นเรื่องปรกติที่คนแรกจะหายากหน่อย แล้วก็คนสุดท้ายก็ไม่ค่อยมีใครอยากได้ วันนี้พวกผมมีแผนจะเที่ยวไปในเมืองพัทยา เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เราก็เรียก สองแถวออกจากบ้านกัน
ไปพิพิธภัณฑ์ ลิปลี่
พวกผมเกิดมาก็ไม่เคยมาซักที (ตัวผมเอง วันนี้ก็ยังไม่เคยเข้าไปครับ แค่ไปเฉี่ยวๆ) พอมาถึงที่นี่ ก็แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกก็จะเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ อีกกลุ่มก็จะไปเล่นเกมส์ยิงเลเซอร์กัน ผมก็ต้องไปยิงปืนกันซี ส่วนสาวๆ ก็เข้าพิพิธภัณฑ์กันไป โดยมี โชค กับ เบนส์ ไปด้วย
พวกเราพร้อมจะลุยกันมานานแล้ว
กิจกรรมอันนี้ ก็เป็นกิจกรรมที่สนุกใช้ได้ เพราะมันเป็น Action ว่าๆไปก็คล้ายๆเพนท์บอล แต่ง่ายกว่า สบายกว่า เพราะทั้งหมดจะเล่นในร่ม ส่วนประกอบก็คือ ปืนเลเซอร์ เสื้อเกราะ กติกาก็ไม่ยาก ยิงปืนให้โดนฝ่ายตรงข้าม ถ้า ฝ่ายตรงข้ามถูกยิงปืนของคนที่ถูกยิงจะใช้งานไม่ได้พักนึง แล้วก็เข้าไปยิงที่ฐานของฝ่ายตรงข้าม ผลการแข่งขันจะวัดกันว่าใครทำคะแนนได้มากที่สุกในเวลาประมาณ 15 นาที หลังจากฟังกฏข้อบังคับแล้ว ก็เลืฮกฝ่าย เลือกชุด แล้วลงสนามเลย
This is a Good day to Die.
ห้องประชุมแผน "เอาหล่ะพวกเราต้องแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือหน่วย แรงเจอร์(R)ซึ่งจะทำหน้าที่บุกทะลวงเข้าไปในพื้นที่ของฝ่ายตรงข้าม แล้วอีกกลุ่ม คือ เดลต้า(D)จะทำหน้าที่รักษาที่มัน และคุ้มกันหน่อยแรงเจอร์ งานจะสำเร็จได้ถ้าพวกเราร่วมมือกัน เอาหล่ะพร้อมแล้วไปลุยกันเลย "
ผมก็อยู่ในทีม R ทำหน้าที่เก็บฝ่ายตรงข้าม เพื่อเคลียพื้นที่ให้ ทีม D ยึด
แล้วสัญญาณนับถอยหลัง ก็ดังขึ้น 3 2 1 Fight
"ทีม R บุกไปข้างหน้า ทีม D ยิงสนันสนุน go go go GO!!!"
ทีม R วิ่งออกไปจากฐานด้วยความตั้งใจว่า จะเก็บพวกมันให้เรียบเลย แต่
" เฮ้ยปืนกูยิงไม่ออกว่ะ "
" เวงแล้วมึงโดนยิงนี่หว่า ปืนมึงนับถอยหลังง่ะ หาที่หลบก่อน" มาถึงผมก็โดนคนแรกเลย
" แม่งซุ่มยิงอยู่ตรงไหนว่ะ พวกเราแม่งมัวแต่วางแผน พวกมันเลยมารอดักยิงเลย เดิ๋ยวรอปืนกรูก่อน แล้วแยกออกซ้ายขวาน่ะ" ผมสั่งเพื่อนร่วมทีม
จากกัน พวกเราก็กระโจนออกซ้ายขวา โดยทีม R จะตีขนาบข้าง แล้ว ทีม D ยิงสนับสนุนจากฐาน
"เจอแล้ว โซ้ยแม่งเลย ปัง ๆ ๆ "
"รายงาน ข้างหน้า ร่วงไป 2 ตัวแล้ว ให้ ทีม D เข้าคุมพื้นที่ เราจะบุกต่อไปที่หน้าฐาน"
" เฮ้ยปืนกรูนับอีกแล้ว แม่งซุ่ม ตรงไหนว่ะ เดิ๋ยวเอาเหมือนเดิมน่ะ" ผมโดนอีกแล้ว
" นับสามน่ะไป พร้อมกัน 1 2 ไป"
ไม่ทันจะออกไปถึงไหน ผมกับเพื่อนก็โดนกันอีก ตำแหน่งเสียเปรียบซ่ะแล้ว ไอ้2ตัวที่โดนเรายิงไปเมื่อกี้ก็กลับมาแล้วด้วย
" เอางี้ ถอยก่อน รอให้ ทีม D ส่งคนที่ยิงแม่นๆ มาตั้งป้อมรอเก็บมันตอนมันออกมาบ้างแล้ว เดิ๋ยวมึง กับ กู แกล้งทำเป็นวิ่งถอยกลับฐาน อืมเราจะวิ่งอ้อมกลับมาที่นี่ทางด้านข้างหล่ะกัน มันคงไม่ทันสังเกต"
" พอมันโผล่หัวเข้ามาตรงนี้ เราก็ซัดมันเลย ถ้าทำได้ตามนี้เก็บพวกมันหมดแน่" ผมสั่งในทีมเสร็จก็ ลงมือกันเลย
" ถอย ๆ ๆ มาตั้งรับที่ฐานก่อน" เสียงตะโกนมาจากข้างหลัง
"วิ่ง ๆ ๆ " , "ฉิบหายเอ้ย แม่งยิงแม่นฉิบ กรูโดนอีกแล้ว"
แล้วพวกผมก็อ้อมกลับมาที่เดิม แต่ปืนของผมยังนับอยู่ 10 9 8 . . .
"แม่งจะทันไหมว่ะ คงต้องลุ้นว่าสไนเปอร์ของทีม D แม่นแค่ไหน " 7 6 5 . . .
"หลุดเข้ามา 3 น่ะ ทีม D รายงาน" 4 3 . . .
"เร็ว ๆ โว้ย เดิ๋ยวตายห่ากันหมดพอดี" 2 . 1 . . .
ปัง ๆ ๆ มันเป้นเสียงจากปืนเพื่อนผม ฝ่ายนั้นโดนไป 1 อีกสองกำลังจะมา 0 …. Ready
"ลุย ! ! !" นิ้วผมกดแช่อยู่ที่ไกปืนอยู่แล้ว มันก็ทำงานมรวินาทีนั้นทันที่ 2 คนที่เหลือ ปืนก็นับไป 10 วินาทีทองของพวกผมมาแล้ว เพราะ มันล้มไปแล้ว 5 ตัว พวกผมก็บุกทันที
"สไนเปอร์ ดูตัวซุ่ม ด้วยน่ะ " ไม่ทันขาดคำ ปืนเพื่อนผมก็นับไปซ่ะแล้ว แต่ผมเห็นแสงไฟจากปืนมันแล้ว ทีม R ที่เหลือ ก็ บุกเข้าไปลึกแล้ว ถ้าเก็บตัวนี้อีกตัว แล้วให้ ทีม D สนับสนุน งานนี้ได้แต้มกัน มหาศาลแน่
เพียงไม่กี่วินาที ผมก็เข้าถึงไอ้ตัวเนียนซุ่มยิงผมมาหลายดอกแล้ว ผมก็ซัดมันเต็มที่เลย กะว่าเอาให้มันไม่ต้องตื่นมาเล่นอีกเลย
ทั้งทีม R และ ทีม D ก็บุกเข้าไปยึดฐานฝ่ายตรงข้ามได้ จากนั่นๆไฟก็สว่างขึ้น
อ่ะจบแล้วหรอ
ยังครับ ยกแรงยกเท่านั้นเอง ผมก็เปลี่ยนจาก ทีม R มาเป็น ทีม D บ้าง แล้วก็ ประชุมแผน
คราวนี้ พวกเราจะบุกจากทางด้านขวา โดยจะทิ้งผมไว้คอยส่องตัวที่จะเข้าฐาน หวังหว่าแผน ตุ๋ยทางด้านขวาของเราจะสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว
สัญญาณไฟมาแล้ว 3 2 1 … go go go Go!!
นับแต้มกัน
เวลา 15 นาทีก็ผ่านพ้นไป การต่อสู้ หลังๆก็ต้องวางแผนกันให้ลึกขึ้น ซ้อนแผนกันไปกันมา ยำเค้าบ้าง โดนเค้ายำซ่ะเละบ้าง พอจบเกมส์ก็มานั่งหัวเราะกัน สนุกมาก นี่ขนาดอยู่ในห้องแอร์น่ะ แต่เหงื่อนี่ไหลกันย้อยทุกคนเลย เมื่อนับคะแนนกัน พวกผมก็ชนะกันไปอย่างเฉียดฉิว นี่ถ้าผมยิงโดนพวกเดิ๋ยวกันมากกว่านี่อีกนิด คงโดนหักแต้มจนแพ้แน่ อย่างว่ามืดๆ ดุ่ยๆ มาผมก็ซัดไว้ก่อนหล่ะ อิ อิ อิ. อ่ะ ซักพัก สาวๆ ก็ ออกมาจาก พิพิธภัณฑ์กัน พวกผมก็ตกลงไปไหนกันดี อืม เดินเล่นซักพักแล้ว ไปพัทยาเหนือกันดีกว่า
โบว์ลิ่ง
มาพัทยาเหนือ อืม .. ทำไรดีหว่า ผมก็เสนอเลยว่า ไปโยนโบว์กันดีกว่า งั้นก็ไปโยนโบวืลิ่งกัน พวกผมตอนนั้นก็แทบจะไม่เคยเล่นกันมาก่อนเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาเล่นถึงพัทยาหว่า ก็จัดแจงเช่ารองเท้า และซื้อถุงเท้ากัน แล้วก็ลงสนามกันเลย พวกผมการโดน ท่าก็ไม่ได้เรื่อง คะแนนก็ไม่ได้เรื่อง โยนๆกันไป เล่นกันแค่เกมส์เดียวก็เมื่อยแล้ว (มันจะคุ้มค่ารองเท้า กับถุงเท้าไหมเนี่ย )
เดินปายตามชายหาด
จากนั้นพวกผมเดินกัน ตั้งแต่พัทยาเหนือเรื่อยไปจนถึงพัทยาใต้กันเลย ก็ เดินไป ดูสาวไป กินไป เดินไป ตลอดข้างทางก็แวะถ่ายรูปกัน เมื่อยก็นั่ง เน้นสบายๆ เรื่อยเปื่อย จนมาถึง พัทยาใต้ เราก็แวะกินข้าวต้มรอบดึกกัน แล้วก็กลับที่พัก
เมากันอีกแล้วเพื่อนตู
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายดั่งนั้น อะไรที่เหลือในตู้เย็นเราก็เอาออกมาจัดการให้หมด คืนนั่นมีเรื่องราวมากมายที่พวกเราได้คุยกัน มีอีกหลายเรื่องที่ยังเป็นความทรงจำกันถึงทุกวันนี้ หน้าที่ของผมก็เล่นกีต้าร์สร้างความรำคาญให้เพื่อนๆขณะที่ดื่มกันอย่างเมามัน คืนนี้พวกเรานอนกันดึกมาก ๆ เพราะพรุ่งนี้ เที่ยงๆ ก็กลับแล้ว เราไม่มีกิจกรรมทำพรุ่งนี้ ตื่นมาก็ เตรียมตัวกลับ กรุงเทพเลย
โอ้วหูของผม
หลังจากที่ผมกลับจากพัทยาไม่กี่วันผมก็ไปตรวจสุขภาพ เนื่องจากว่าตั้งใจไว้แล้วว่ากลับมาจากพัทยาจะไปตรวจสุขภาพซักหน่อย เพราะช่วงนี้รู้สึกว่าใจมันสั่นๆ ก็เหมือนทั่วไป คือไปตรวจเลือด ตรวจฉี่ วัดคลื่นหัวใจ หมอก็ว่าไม่เป้นไร คิดมากไปเองมั้ง แล้วผมก็ถามหมอว่า ทำไมช่วงนี้ผมเจ็บหูจังเลย หมอก็เลยส่งผมไปแผนกหู หลังจากที่หมอส่องกล้อง ก็ พบว่าผม แก้วหูอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากการได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง ผมก็มานั่งนึกว่าต้องเป็นไอ้เรือกล้องตัวแสบแน่เลย เพราะเวลาตกน้ำคงลงผิดท่า และบวกกับความรุนแรง จึงทำให้เกิดแรงอัดเข้าที่หูอย่างแรง หมอบอกว่าให้กินยาแล้วก็หยอดยาด้วย อีกไม่กี่วันก็หาย หลังจากนั้นมาผมก็บอกลากับเรือกล้วยตลอดชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามครับ
ก็มาถึงช่วงสุดท้าย ใครอ่านมาจนถึงตรงนี้ถึงเรียกว่ารักกันจริง การไปพัทยาคราวนี้ พวกผมสนุกมาก แถบเจ็บตัวกลับมาด้วย ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็ 1 พันบาทเท่านั้นคุ้มสุดๆ คราวหน้าจะเป็นเรื่องของการไปเที่ยวภูกระดึง (Pull กะ ดึง) อันนี้ก็สนุกดีเดินกันขาลากเลย แล้วอย่าลืมติดตามน่ะครับ
Base from true story
บางช่วงของเนื้อหาอาจจริงหรือไม่จริงก็ได้ ยังไงควรปรึกษาผู้ปกครอง หรือใช้วิจารณญาณตรวจสอบกันดูน่ะครับ
วัชรากร พัฒนรัตน์เจริญ (ใหญ่)